Make your own free website on Tripod.com
ปิรามิด : ปิรามิดนั้น ตั้งอยู่ในประเทศอิยิปต์ ปิรามิดนั้นมีหลายแห่งแต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Great Pyramid ซึ่งเป็นปิรามิดที่ใช้ฝังกษัตริย์  โดยถูกสร้างในราวๆ 2560 ปีก่อนคริสตศักราช โดยถูกสร้างมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ล้วนๆ นำมาต่อกัน โดยใช้เวลาสร้างปิรามิดแห่งละไม่น้อยกว่า 20 ปีจุดประสงค์ในการสร้างนั้น เพื่อฝังศพขุนนางชั้นสูงและกษัตริย์ โดยมีการเก็บรักษาศพอย่างดี ซึ่งเรียกว่ามัมมี่ ซึ่งเป็นความเชื่อว่าคนตายจะสามารถฟื้นคืนร่างได้อีกครั้ง
สถานที่ตั้ง เมืองกีซา ประเทศอียิปต์
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

          ปิรามิดแห่งเมืองกิซา ประเทศอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างกรุงไคโร นครหลวงของยีอิปต์ ทางทิศใต้ประมาณ 2-3 กิโลเมตร กลางทะเลทรายริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์นั่นเอง
ปิรามิดแห่งเมืองกิซา มีอยู่ 3 องค์ด้วยกัน คือ ปิรามิดคีออฟส(พระเจ้าคูฟู) ์ ปิรามิดชีเฟรน และปิรามิดไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดสันนิษฐานว่าปิรามิดนี้ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ 4600 ปีมาแล้ว นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่า ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและยังคงตั้งตระหง่านอยู่เพียงแห่งเดียวในโลก ใช้เวลาสร้าง 10 ปี

          ปิรามิดคีออปส์ เป็นปิรามิดองค์ใหญ่ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มหาปิรามิด สันนิษฐานว่า สร้างโดยพระเจ้าคีออปส์ หรือพระเจ้ากูฟู กษัตริย์องค์ที่ 2 ของราชวงศ์ที่ 4 ของอียิปต์ สร้างเมื่อประมาณ 3,500 ปีก่อนคริสตกาล มหาปิรามิดคีออปส์ สร้างด้วยหินยักษ์ประมาณ 2,500,000 ก้อน แต่ละก้อนมีน้ำหนักตั้งแต่ 2 ตันครึ่งไปจนถึง 15 ตัน ส่วนสูง เดิมสูงถึง 481.4 ฟุต แต่ต่อมาถูกกัดกร่อนพังทลายลงมาตามกาลเวลา เหลือเพียง 450 ฟุต เนื้อที่ทั้งหมดกว้างถึง 13.1 เอเคอร์ หรือประมาณ 20 ไร่ ฐานกว้าง 768 ฟุต การก่อสร้างใช้หินทรายตัดเป็นก้อนทรงสี่เหลี่ยม ก่อซ้อนขึ้นไปให้ได้รูปทรงกรวยสี่เหลี่ยมคว่ำ ใช้แรงงานกรรมกรทาสไม่น้อยกว่า 100,000 คน ใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 10 ปี
สันนิษฐานว่าผู้สร้างปิรามิดนี้อาศัยดวงดาวเป็นหลัก นอกจากความใหญ่โตอันน่ามหัศจรรย์ของปิรามิดแล้ว การก่อสร้างให้สำเร็จยัง น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าหลายเท่าถ้าทราบว่าหินเหล่านี้ต้องสกัดมาจากภูเขาที่อยูไกล แล้วลากมาสู่ฝั่งแม่น้ำไนล์ ล่องลงมาเป็นระยะทางนับร้อยไมล์ จึงมาถึงจุดใกล้ที่ก่อสร้าง แล้วชักลากผ่านทะเลทรายไปถึงที่ก่อส้างต้องแต่งสลักเป็นแท่งสี่เหลี่ยม แล้วยก วางซ้อนขึ้นไปจนถึง 432 ฟุต กล่าวว่าพีระมิดองค์ใหญ่นี้ มีขนาดเพียงพอจะบรรจุเอาวิหารเซนต์ปอล วิหารเวสต์มินสเตอร์ในประเทศอังกฤษ วิหารเซนต์ปีเตอร์กรุงโรม รวมถึงโบสถ์เมืองฟลอเรนซ์ และโบสถ์เมืองมิลานอิตาลี มารวมกันในปีระมิดแห่งนี้ได้
ใจกลางปิรามิดมีห้องเก็บพระศพของพระเจ้าคีออพส์ข้างในทำจากหินแกรนิต กว้าง 34 ฟุต ยาว 17 ฟุต และสูง 19 ฟุต ปิรามิดคีออปส์ สร้างเพื่อบรรจุพระศพของกษัตริย์คีออปส์ ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง

          ปิรามิดชีเฟรน เป็นปิรามิดขนาดใหญ่รองลงมาจากปิรามิดคีออปส์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมหาปิรามิด สันนิษฐานว่า พระเจ้าชีเฟรนแห่งราชวงศ์ที่ 4 ทรงสร้างขึ้น พีระมิดชีเฟรนตั้งอยู่บนเนินสูงกว่าปีระมิดคีออปส์เพียงเล็กน้อยโครงสร้างต่ำกว่าปีระมิดองค์ใหญ่เพียง 3 เมตร กล่าวคือ สูงประมาณ 471 ฟุต ปัจจุบันลดเหลือ 448 ฟุต จึงต่ำกว่าปีระมิดองค์ใหญ่เพียง 75 เซนติเมตร เท่านั้น
ปิรามิดไมเซอรินุส นับเป็นปิรามิดองค์ที่เล็กที่สุดแห่งเมืองกิซา มีขนาดประมาณ 1 ใน 10 ส่วนเท่าของปิรามิดองค์ใหญ่ สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยปลายของพระเจ้าไมเซอรินุส แห่งราชวงศ์ที่ 4 ของอียิปต์ แท่งหินยักษ์ที่นำมาก่อสร้างนั้นส่วนใหญ่มีน้ำหนักมากกว่าปิรามิดทั้งสองแห่งข้างต้น แต่การตกแต่งขัดผิวหยาบมาก คงจะเป็นกาลก่อสร้างอย่างรีบเร่งมาก
ยังมีปิรามิดอีกกว่า 70 แห่ง ทั้งตอนบน และตอนล่างของอียิปต์ กล่าวกันว่า ปิรามิดแห่งอื่นๆ ส่วนมากผู้สร้างขาดความรู้ และประสบการณ์ และการก่อสร้าง ส่วนมากก็สร้างขึ้นโดยเลียนแบบตามปิรามิดองค์ใหญ่ที่กิซ่า เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ในบุญบารมีของตนเท่านั้น ความวิจิตรพิศดารล้ำลึกจึงห่างไกลจากปิรามิดองค์ใหญ่ที่กิซ่าโดยสิ้นเชิง

          ปิรามิดไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่เล็กที่สุดในบรรดาทั้งสามแห่ง สูงแค่ 230 ฟุต

          ที่หน้าของปิรามิดองค์กลาง คือ ปิรามิดพระเจ้าชีเฟรนนั้น มีสิ่งมหัศจรรย์ที่หน้าทิ่ง คือ สฟิงซ์

          สฟิงซ์ เป็นสัตว์ประหลาดในทะเลทรายแห่งอียิปต์ รูปครึ่งคนครึ่งสัตว์ ใบหน้าเป็นคน แต่ตัวจริงเป็นสิงโต สลักด้วยก้อนหินใหญ่ทั้งแท่ง อยู่ในท่าหมอบเฝ้าปิรามิด ทำให้บรรยากาศน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
ขนาดของสฟิงซ์ สูงประมาณ 66 ฟุต ยาวประมาณ 240 ฟุต พระเจ้าชีเฟรนเป็นผู้สร้าง มีอายุกว่า 6,000 ปี
ปัจจุบัน ปิรามิด และสฟิงซ์ สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ของอียิปต์ ยังสถิตอยู่กลางทะเลทราย ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์ ประกาศความยิ่งใหญ่ และยังจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคต้น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาความเร้นลับ อยู่ต่อไปอีกเป็นเวลานานเท่านาน

ทัชมาฮาล | สโตนเฮนจ์ | ปิรามิด | หอเอนเมืองปิซ่า | โคลิเซียม | สวนลอยบาบิโลน | กำแพงเมืองจีน | หน้าหลัก